11 คณะมาแรงของเด็กสายศิลป์คำนวณ เข้าคณะอะไรได้บ้าง
เรียนสายคณิต-อังกฤษ ต่อคณะอะไรได้บ้าง? 11 คณะยอดฮิต ที่สายศิลป์คำนวณเลือกเรียน พร้อมแนะนำสาขาที่น่าสนใจ และโอกาสในการทำงานจริงหลังเรียนจบ
เมื่อพูดถึงสายการเรียนในระดับม.ปลาย หลายคนอาจนึกถึงสายวิทย์หรือสายศิลป์เป็นหลัก แต่ในกลุ่มสายศิลป์เองก็ยังแยกย่อยออกเป็นหลายสาย และหนึ่งในสายที่น่าสนใจไม่น้อยก็คือ สายศิลป์คำนวณ หรือที่บางคนเรียกว่าสายคณิต-อังกฤษ เป็นการผสมระหว่างวิทย์กับศิลป์ที่เปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้เรียนทั้งภาษากับคณิต และสามารถใช้ทักษะเหล่านี้ไปต่อยอดอนาคต แต่ก็เกิดคำถามตามมาว่า ศิลป์คำนวณ หรือ สายคณิต-อังกฤษ ต่อคณะอะไรได้บ้าง? หรือจบ ม.6 สายนี้แล้วจะเรียนต่ออะไรดี?
บทความนี้จะพาไปคุยกันแบบเข้าใจง่าย ๆ ว่าสายนี้คืออะไร เรียนอะไร และสรุปว่าคณิต-อังกฤษ ต่อคณะอะไรได้บ้าง พร้อมแนะนำแนวทางว่าแต่ละคณะเรียนเกี่ยวกับอะไร จบไปทำงานสายไหนได้ เพื่อให้น้อง ๆ จะได้วางแผนอนาคตตัวเองได้แบบมั่นใจมากขึ้น
ศิลป์คำนวณ คืออะไร ? มีวิชาอะไรบ้างที่ต้องเรียน
ศิลป์คำนวณ คือหนึ่งในทางเลือกยอดฮิตของนักเรียนในระดับม.ปลาย ที่อยากพัฒนาทั้งทักษะด้านภาษา และทักษะการคำนวณไปพร้อม ๆ กัน ในสายนี้น้อง ๆ จะได้เรียน คณิตศาสตร์พื้นฐาน และคณิตศาสตร์เพิ่มเติม ที่ช่วยเสริมสร้างตรรกะ การวางแผน และการแก้ปัญหา อาจจะไม่เข้มข้นเท่าสายวิทย์-คณิต แต่รับรองว่าเข้มข้นกว่าสายศิลป์ภาษาแน่นอน นอกจากนี้ศิลป์คำนวณยังต้องเจอวิชาพื้นฐานอย่าง วิทยาศาสตร์ ภาษาไทย สังคมศึกษา ประวัติศาสตร์ และที่สำคัญมาก ๆ คือวิชาภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการสื่อสารในโลกปัจจุบัน และบางโรงเรียนอาจมีภาษาที่สามให้เลือกเพิ่มด้วย
คณิต-อังกฤษ ต่อคณะอะไรได้บ้าง? รวม 11 คณะยอดนิยมของเด็กสายศิลป์คำนวณ
1. คณะเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรม

ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว คณะเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักเรียนสายศิลป์คำนวณ น้อง ๆ จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการพัฒนาซอฟต์แวร์ การวิเคราะห์ข้อมูล การออกแบบระบบดิจิทัล และนวัตกรรมต่าง ๆ คณะนี้จะสอนในเรื่องของการคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหาเป็น ซึ่งเป็นจุดแข็งของเด็กศิลป์คำนวณอยู่แล้ว เป็นอีกหนึ่งคณะที่เรียนแล้วไม่ตกงานแน่นอน
สาขาที่น่าสนใจ :
- สาขาวิทยาการข้อมูล
- สาขาวิชามัลติมีเดียและอีสปอร์ต
- สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ
- สาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล
- สาขาวิชาเทคโนโลยีวิศวกรรมอุตสาหการ
- สาขาวิชาเอกเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่
เรียนจบคณะนี้ทำงานอะไรได้บ้าง :
- นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล
- นักวิเคราะห์ข้อมูล
- นักพัฒนาซอฟต์แวร์
- ผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยี
- นักออกแบบ UI/UX
2. คณะบัญชีและวิทยาการจัดการ

ใครที่ชอบตัวเลข คิดคำนวณเก่ง ๆ คณะบัญชีและวิทยาการจัดการคือใช่เลย! น้อง ๆ จะได้เรียนเกี่ยวกับการทำบัญชี การตรวจสอบบัญชี การบริหารจัดการองค์กร การเงิน การตลาด และการบริหารคนในบริษัทด้วยนะ ทักษะการคิดวิเคราะห์และคำนวณที่ได้มาจากสายศิลป์คำนวณจะช่วยให้เรียนรู้สาขาวิชานี้ได้เป็นอย่างดีเลย
สาขาที่น่าสนใจ :
- สาขาการบัญชี
- สาขาการเงิน
- สาขาการจัดการ
- สาขาการจัดการทรัพยากรมนุษย์
- สาขาการตลาดดิจิทัล
เรียนจบคณะนี้ทำงานอะไรได้บ้าง :
- เจ้าหน้าที่การเงิน
- ผู้ตรวจสอบบัญชี
- ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี
- ผู้จัดการฝ่ายการตลาด
- นักบริหารทรัพยากรบุคคล
- ผู้จัดการทั่วไป
- เจ้าของธุรกิจ
3. คณะโลจิสติกส์และเทคโนโลยีการบิน

หลายคนอาจคิดว่า คณะโลจิสติกส์และเทคโนโลยีการบิน เป็นของเด็กสายวิทย์-คณิตเท่านั้น แต่บอกเลยว่าศิลป์คำนวณก็เข้าคณะนี้ได้สบายมาก! โดยที่หลักสูตรในคณะนี้ครอบคลุมตั้งแต่การจัดการการขนส่ง การบริหารคลังสินค้า การจัดการสายการบิน หรือระบบไอทีของโลจิสติกส์ ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องใช้การคำนวณและการจัดการที่เป็นระบบทั้งนั้นเลย รับรองได้เลยว่าจบจากคณะโลจิสติกส์และเทคโนโลยีการบินมีโอกาสเติบโตในสายอาชีพนี้มีสูงมาก
สาขาที่น่าสนใจ :
- สาขาการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน
- สาขาการขนส่งระหว่างประเทศ
- สาขาเทคโนโลยีการบิน
เรียนจบคณะนี้ทำงานอะไรได้บ้าง :
- ผู้จัดการฝ่ายโลจิสติกส์
- ผู้จัดการซัพพลายเชน
- นักวิเคราะห์โลจิสติกส์
- ผู้จัดการคลังสินค้า
- เจ้าหน้าที่สายการบิน
4. คณะเศรษฐศาสตร์

ถ้าเป็นคนที่สนใจเรื่องการเงินลงทุน การลงทุน นโยบายเศรษฐกิจ และการวิเคราะห์ตลาด คณะเศรษฐศาสตร์คือตัวเลือกที่น่าสนใจ น้อง ๆ จะได้เรียนรู้กลไกของเศรษฐกิจ ทั้งระดับเล็ก ๆ ไปจนถึงระดับประเทศ ในสายศิลป์คำนวณจะได้ใช้สกิลคณิตศาสตร์และสถิติมาวิเคราะห์ข้อมูลทางเศรษฐกิจด้วย สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานได้หลากหลายเลย
สาขาที่น่าสนใจ :
- สาขาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ
- สาขาเศรษฐศาสตร์การเงิน
- สาขาเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ
- สาขาเศรษฐศาสตร์การพัฒนา
- สาขาเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม
เรียนจบคณะนี้ทำงานอะไรได้บ้าง :
- นักเศรษฐศาสตร์
- นักวิเคราะห์หลักทรัพย์
- นักวิเคราะห์นโยบาย
- นักวิเคราะห์ตลาด
- ที่ปรึกษาทางการเงิน
5. คณะนิติศาสตร์

คณะนิติศาสตร์ดูแล้วไม่เกี่ยวกับตัวเลขเลยแต่จริง ๆ แล้วก็มีหลายทักษะที่เด็กสายศิลป์คำนวณใช้ได้เต็มที่เลยนะ ไม่ว่าจะเป็นการคิดอย่างมีเหตุผล การวิเคราะห์ข้อมูล หรือการใช้ภาษา โดยที่คณะนี้จะสอนให้เราเข้าใจระบบกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และการใช้กฎหมายเพื่อแก้ปัญหา เพราะฉะนั้นไม่ต้องคิดว่ามีแต่เด็กศิลป์ภาษาถึงจะเรียนคณะนิติศาสตร์ได้ เด็กศิลป์คำนวณก็ไปต่อในสายกฎหมายได้เหมือนกัน
สาขาที่น่าสนใจ :
- สาขากฎหมายมหาชน
- สาขากฎหมายเอกชน
- สาขากฎหมายอาญา
- สาขากฎหมายระหว่างประเทศ
- สาขากฎหมายธุรกิจ
เรียนจบคณะนี้ทำงานอะไรได้บ้าง :
- ทนายความ
- ผู้พิพากษา
- อัยการ
- นิติกร
- ที่ปรึกษากฎหมาย
- อาจารย์กฎหมาย
6. คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา

คณะวิทยาศาสตร์การกีฬาอาจฟังดูเป็นสายวิทย์-คณิต แต่สายศิลป์คำนวณก็สามารถเข้าเรียนได้เหมือนกัน! คณะนี้จะเน้นเรื่องวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการออกกำลังกาย กีฬา และสุขภาพ รวมถึงการจัดการกีฬาด้วย ซึ่งต้องมีการวิเคราะห์ข้อมูลสถิติ และการใช้หลักวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ทักษะการคำนวณและการคิดวิเคราะห์จะช่วยให้น้อง ๆ เข้าใจข้อมูลเกี่ยวกับการฝึกนักกีฬา หรือการวางแผนโปรแกรมการออกกำลังกายได้
สาขาที่น่าสนใจ :
- สาขาวิทยาศาสตร์การออกกำลังกาย
- สาขาการจัดการกีฬา
- สาขาสุขภาพและการออกกำลังกาย
- สาขาโภชนาการการกีฬา
เรียนจบคณะนี้ทำงานอะไรได้บ้าง :
- โค้ชกีฬา
- นักวิทยาศาสตร์การกีฬา
- นักเวชศาสตร์การกีฬา
- ผู้ประกอบการด้านสุขภาพและกีฬา
- เทรนเนอร์
7. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์

สำหรับน้อง ๆ ที่มีความสามารถด้านการคำนวณ และความคิดสร้างสรรค์ แต่ไม่รู้ว่าเรียนศิลป์คำนวณ เข้าคณะอะไรได้บ้าง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ หลายคนอาจคิดว่าคณะนี้เน้นแค่งานศิลปะและการออกแบบ แต่จริง ๆ แล้วสถาปัตยกรรมศาสตร์จำเป็นต้องมีพื้นฐานด้านคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ และการคำนวณโครงสร้าง เพื่อให้สามารถสร้างสรรค์ผลงานได้สวยงาม พร้อมกับใช้งานได้จริง เรียกได้ว่าเด็กศิลป์คำนวณมีทักษะขั้นพื้นฐานตรงนี้อยู่แล้ว และสามารถต่อยอดในคณะนี้ได้ไม่ยากเลย
สาขาที่น่าสนใจ :
- สาขาสถาปัตยกรรมหลัก
- สาขาสถาปัตยกรรมภายใน
- สาขาภูมิสถาปัตยกรรม
- สาขาการวางผังเมือง
เรียนจบคณะนี้ทำงานอะไรได้บ้าง :
- สถาปนิก
- มัณฑนากร
- ภูมิสถาปนิก
- นักผังเมือง
- นักออกแบบผลิตภัณฑ์
8. คณะศิลปศาสตร์

คณะศิลปศาสตร์ ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับน้อง ๆ ที่เรียนศิลป์คำนวณ เพราะเน้นทั้งด้านภาษา การสื่อสาร และการคิดวิเคราะห์ วิชาที่เรียนอาจดูเหมือนอยู่ฝั่งสายศิลป์ภาษา แต่ในความจริงแล้ว หลายสาขาภายใต้คณะนี้ เช่น ภาษาอังกฤษเพื่อธุรกิจ การสื่อสารระหว่างวัฒนธรรม หรือการจัดการสารสนเทศ ล้วนใช้ทักษะการคิดวิเคราะห์แบบสายคำนวณควบคู่กันไป คณะนี้สามารถที่จะต่อยอดไปทำงานสายธุรกิจ งานแปล หรืองานในองค์กรระหว่างประเทศได้อีกเพียบ
สาขาที่น่าสนใจ :
- สาขาวิชาภาษาอังกฤษธุรกิจ
- สาขาวิชาการการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมบริการ
- สาขาการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรม
- สาขาสารสนเทศศึกษา
เรียนจบคณะนี้ทำงานอะไรได้บ้าง :
- นักแปล – ล่าม
- นักเขียน
- นักประชาสัมพันธ์ สื่อสารองค์กร
- งานในองค์กรระหว่างประเทศ / สถานทูต
9. คณะรัฐประศาสนศาสตร์

คณะนี้จะเรียนเกี่ยวกับการบริหารงานของภาครัฐ การจัดการหน่วยงานของรัฐ และนโยบายที่เกี่ยวกับประชาชน ซึ่งต้องอาศัยการคิดวิเคราะห์ การวางแผน และการแก้ปัญหา ทักษะการคิดอย่างเป็นระบบ และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงตัวเลขของเด็กศิลป์คำนวณ จะช่วยให้เข้าใจเรื่องการบริหารจัดการได้ดีเลย และยังสามารถเอาไปประยุกต์ใช้ในการทำงานในหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรสาธารณะต่าง ๆ ได้อีกด้วย
สาขาที่น่าสนใจ :
- สาขาการบริหารจัดการภาครัฐและเอกชน
- สาขาการบริหารงานยุติธรรม
- สาขาการปกครองท้องถิ่น
- สาขาการจัดการองค์กร
- สาขาการพัฒนาสังคม
เรียนจบคณะนี้ทำงานอะไรได้บ้าง :
- ข้าราชการ
- พนักงานรัฐวิสาหกิจ
- นักวิเคราะห์โครงการพัฒนา
- เจ้าหน้าที่องค์การระหว่างประเทศ
- เจ้าหน้าที่บริหารทรัพยากรมนุษย์
- นักวิชาการด้านรัฐประศาสนศาสตร์
10. คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ

คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ ถือเป็นคณะที่เปิดกว้างสำหรับน้อง ๆ ศิลป์คำนวณ เพราะจะเน้นการนำเทคโนโลยีสารสนเทศไปใช้ในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเว็บไซต์ การจัดการฐานข้อมูล ความปลอดภัยทางไซเบอร์ หรือระบบเครือข่าย ซึ่งต้องใช้ทักษะด้านตรรกะ การคิดวิเคราะห์ และการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ถ้าเป็นคนที่สนใจเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี แต่ไม่อยากเรียนทฤษฎีวิทยาศาสตร์เยอะเท่าสายวิทย์-คณิต ก็สามารถเก็บลิสต์คณะเทคโนโลยีสารสนเทศไว้เป็นตัวเลือกได้นะ
สาขาที่น่าสนใจ :
- สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ
- สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์
- สาขาระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ
- สาขาธุรกิจดิจิทัล
- สาขากราฟิกดีไซน์
เรียนจบคณะนี้ทำงานอะไรได้บ้าง :
- นักพัฒนาโปรแกรม
- นักพัฒนาแอปพลิเคชัน
- ผู้ดูแลระบบเครือข่าย
- นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล
- ผู้เชี่ยวชาญด้าน E-commerce
- นักพัฒนาปัญญาประดิษฐ์
- ผู้สร้างคอนเทนต์ดิจิทัล
11. คณะวิศกรรมศาสตร์
ถ้ากำลังสงสัยว่า คณิต-อังกฤษ ต่อคณะอะไรได้บ้าง อย่าเพิ่งตัดคณะวิศวกรรมศาสตร์ เพราะพื้นฐานคณิตศาสตร์คือหัวใจหลักของสายนี้ ส่วนทักษะภาษาอังกฤษก็ช่วยต่อยอดทั้งการเรียน การทำโปรเจกต์ และโอกาสทำงานกับองค์กรระดับสากลได้ และคณะนี้เอาความรู้คณิต วิทย์ และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้จริง ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบเครื่องจักร ระบบไฟฟ้า โปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรือพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ จุดเด่นคือได้ฝึกคิดแบบมีระบบ แก้ปัญหาเป็นขั้นเป็นตอน ใครที่ชอบวิเคราะห์ ชอบความท้าทาย บอกเลยว่าสายนี้ตอบโจทย์มาก
สาขาที่น่าสนใจ
- สาขาวิชาเอกเทคโนโลยีวิศวกรรมอุตสาหการ
- สาขาวิชาเอกเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่
- สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์
- สาขาวิศวกรรมโลจิสติกส์
- สาขาวิศวกรรมซอฟต์แวร์
เรียนจบคณะนี้ทำงานอะไรได้บ้าง :
- วิศวกรในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า
- วิศวกรไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรม
- วิศวกรวางแผนการผลิต
- วิศวกรซอฟต์แวร์ / โปรแกรมเมอร์
เลือกคณะยังไงให้เหมาะกับตัวเองที่สุด?
แม้จะรู้แล้วว่า คณิต-อังกฤษ ต่อคณะอะไรได้บ้าง สิ่งสำคัญคือการเลือกให้ตรงกับตัวเองที่สุด เริ่มจากดูความถนัดและความชอบจริง ๆ ว่าเราเด่นด้านไหน หลายคนอาจแอบกังวลว่า ถ้าเรียนไม่เก่ง เรียนคณะอะไรดี แต่คือคำว่าไม่เก่งอาจแค่ยังไม่เจอสิ่งที่ใช่ ลองดูเนื้อหาวิชาที่ต้องเรียนในแต่ละคณะ และแนวทางอาชีพหลังจบว่าตรงกับเป้าหมายชีวิตไหม รวมถึงตรวจสอบเกณฑ์รับสมัครของมหาวิทยาลัยให้ชัดเจน เพราะต่อให้รู้ว่า คณิต-อังกฤษ ต่อคณะอะไรได้บ้าง แต่ถ้าเลือกไม่ตรงกับศักยภาพ และความสนใจ ก็อาจเรียนอย่างไม่มีความสุขได้ เลือกให้เข้ากับตัวเอง ทั้งความชอบ ความสามารถ และโอกาสในอนาคต คือคำตอบที่ดีที่สุด
SBU ยินดีต้อนรับ! สายศิลป์คำนวณ เข้าคณะอะไรได้บ้าง
ถ้ายังคิดว่าสายคณิต-อังกฤษมีทางเลือกจำกัด อาจต้องคิดใหม่ เพราะจริง ๆ แล้วนี่คืออีกหนึ่งสายที่ได้เปรียบสุดๆ ทั้งการคิดวิเคราะห์ แถมสื่อสารภาษาอังกฤษได้อีก ซึ่งเป็นสกิลที่ทุกคณะต้องใช้ ไม่ว่าจะเป็นคณะบริหารธุรกิจ คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือแม้แต่นิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอก (SBU) เปิดรับเด็กสายคณิต-อังกฤษเข้าเรียนได้ทุกคณะ เลือกได้ตามที่ชอบแบบไม่ต้องกังวล แถมที่นี่ยังเน้นเรียนแบบลงมือทำจริง ช่วยให้น้อง ๆ ได้สกิลไปใช้ต่อยอดในอนาคตได้ และนอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้เลือกเรียนปริญญาตรี ภาคพิเศษ ตอบโจทย์ผู้เรียนที่มีเวลาจำกัด ใครอยากเปลี่ยนความลังเลให้เป็นความมั่นใจ ลองมาค้นหาตัวเองที่ SBU ได้เลย!




