วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ เรียนอะไรบ้าง? เส้นทางสู่เด็กไอที กับวิชาที่ต้องเจอ!

วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ เรียนอะไรบ้าง? รวมทุกเรื่องตั้งแต่หลักสูตร และวิชาที่ต้องเจอ พร้อมเปิดลิสต์อาชีพ และเงินเดือนที่น่าสนใจ

ถ้าพูดถึงสายงานไอทีที่กำลังมาแรงสุด ๆ ในตอนนี้ “วิศวกรรมคอมพิวเตอร์” ก็นับว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก โดยเฉพาะน้อง ๆ ที่กำลังอยู่ในช่วงตัดสินใจเลือกคณะ หรือกำลังอินกับโลกดิจิทัลรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชันบนมือถือ การพัฒนาเกม หรือแม้แต่ระบบ AI ต่าง ๆ 

แต่หลายคนก็คงสงสัยว่าวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ เรียนอะไรบ้าง? เพราะไม่ได้มีแค่การเขียนโปรแกรมเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องฮาร์ดแวร์ ระบบเครือข่าย หรือแม้แต่การจัดการข้อมูล และระบบต่าง ๆ ที่เราใช้กันทุกวัน และวันนี้เราจะพาน้อง ๆ ไปดูว่าวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คืออะไร หลักสูตรนี้มีวิชาอะไรบ้าง เพื่อให้น้อง ๆ จะได้เตรียมตัวถูก และพร้อมลุยในสายไอทีได้อย่างมั่นใจ! 

วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คืออะไร?

เรียนผ่านคอมพิวเตอร์

วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ (Computer Engineering) คือสาขาที่รวมความรู้ระหว่างวิศวกรรม และวิทยาการคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกัน เพื่อสร้าง และพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์แบบครบวงจร ตั้งแต่ฮาร์ดแวร์ เช่น ชิปวงจร ไมโครโปรเซสเซอร์ ไปจนถึงซอฟต์แวร์ ระบบปฏิบัติการ และเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เพื่อให้ระบบเหล่านี้ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสาขานี้ไม่ได้มีแค่การเขียนโปรแกรม แต่ยังต้องเรียนการออกแบบวงจรไฟฟ้า การทำระบบฝังตัว (embedded systems) รวมถึงการแก้ปัญหาทางเทคนิคต่าง ๆ อีกด้วย

วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ เรียนอะไรบ้าง?

หลักสูตรวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ซ่อมและแก้ปัญหาฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์

ในระดับปริญญาตรี หลักสูตรวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่จะใช้เวลาเรียนประมาณ 4 ปี เนื้อหาก็จะแบ่งเป็นวิชาพื้นฐาน วิชาชีพ และวิชาเลือกเฉพาะทาง เรามาดูกันว่าตลอด 4 ปี สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ เรียนอะไรบ้าง

วิศวกรรมคอมพิวเตอร์  ปีที่ 1

ปีแรกจะเป็นการปรับพื้นฐานความรู้ น้อง ๆ จะได้เรียนวิชาพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมที่สำคัญต่อการเรียนในชั้นปีต่อ ๆ ไป เช่น

  • แคลคูลัส และฟิสิกส์ : เป็นวิชาหลักที่ช่วยฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหา ซึ่งเป็นทักษะสำคัญของวิศวกร
  • การเขียนโปรแกรมเบื้องต้น : น้อง ๆ จะได้เรียนรู้ภาษาโปรแกรมพื้นฐาน เช่น ภาษา C หรือ Python 
  • วงจรไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ : เรียนรู้การทำงานของวงจรไฟฟ้าและส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ

วิศวกรรมคอมพิวเตอร์  ปีที่ 2

ในปีที่สองน้อง ๆ จะได้เริ่มเรียนวิชาเฉพาะทางมากขึ้น เพื่อทำความเข้าใจการทำงานของคอมพิวเตอร์มากขึ้น เช่น 

  • โครงสร้างข้อมูล และอัลกอริทึม : วิชาที่สอนให้เรารู้จักการจัดเก็บ และจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบ เพื่อให้โปรแกรมทำงานได้เร็ว และมีประสิทธิภาพ
  • สถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์ : ทำความเข้าใจว่าส่วนประกอบต่าง ๆ ของคอมพิวเตอร์ เช่น CPU, RAM, และหน่วยความจำ ทำงานร่วมกันอย่างไร
  • ไมโครโปรเซสเซอร์ : เรียนรู้การเขียนโปรแกรมควบคุมชิปขนาดเล็กที่ใช้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า โทรศัพท์มือถือ

วิศวกรรมคอมพิวเตอร์  ปีที่ 3

ปีนี้จะเริ่มเข้มข้นขึ้น น้อง ๆ จะได้นำความรู้ที่เรียนมาประยุกต์ใช้กับโจทย์ที่ซับซ้อน และลึกมากขึ้น พร้อมกับเลือกเรียนวิชาที่สนใจเฉพาะด้าน เช่น 

  • ระบบปฏิบัติการ : ศึกษาหลักการทำงานของระบบปฏิบัติการต่าง ๆ เช่น Windows, Linux เพื่อให้สามารถพัฒนาโปรแกรมที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ : เรียนรู้การออกแบบและจัดการระบบเครือข่าย เพื่อให้การสื่อสารข้อมูล
  • วิชาเลือกเฉพาะทาง : ในปีนี้จะเริ่มมีวิชาเลือกที่หลากหลายมากขึ้น เช่น การประมวลผลภาพ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) หรือการพัฒนาระบบฝังตัว

วิศวกรรมคอมพิวเตอร์  ปีที่ 4

ปีสุดท้ายเป็นช่วงเวลาสำคัญที่น้อง ๆ จะได้นำความรู้ทั้งหมดมาใช้ในการทำโปรเจกต์จบ (Senior Project) และเตรียมตัวสู่การทำงาน

  • โปรเจกต์จบ : น้อง ๆ จะได้ทำงานวิจัยหรือพัฒนาโปรเจกต์ตามความสนใจของตัวเอง ตั้งแต่การวางแผนไปจนถึงการนำเสนอผลงาน
  • การฝึกงาน : หลาย ๆ มหาวิทยาลัยจะมีการฝึกงานภาคบังคับ เพื่อให้นักศึกษาได้สัมผัสบรรยากาศการทำงานจริง และนำความรู้ ประสบการณ์ที่ได้ไปใช้ในชีวิตการทำงาน โดยทั่วไปใช้เวลาฝึกประมาณ 2 – 3 เดือนในช่วงปิดภาคเรียนใหญ่
  • สหกิจศึกษา : เป็นอีกรูปแบบที่กำลังได้รับความนิยม โดยนักศึกษาจะได้ไปทำงานเต็มเวลาในบริษัทเป็นระยะเวลาประมาณ 4 เดือน หรือ 1 เทอม ทำให้ได้สัมผัสกับชีวิตการทำงานจริงอย่างเต็มที่ และหลายครั้งก็มีโอกาสได้งานประจำหลังจากฝึกงานเสร็จด้วย

ทั้งนี้การฝึกงาน และสหกิจศึกษามักจะจัดตอนปี 3 หรือปี 4 ขึ้นอยู่กับหลักสูตรของแต่ละมหาวิทยาลัย ซึ่งก็เป็นโอกาสทองให้ น้อง ๆได้เอาความรู้ที่เรียนมา ไปลองใช้กับงานจริงในบริษัท เพื่อเก็บประสบการณ์ และอัปสกิลก่อนลงสนามทำงานของจริง

จบวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ทำงานอะไรได้บ้าง? เงินเดือนเริ่มต้นเท่าไหร่?

โปรแกรมเมอร์ปรึกษาเรื่องการเขียนโค้ด

วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ เป็นอีกหนึ่งสาขาที่เปิดโอกาสให้ทำงานได้หลากหลายมาก เราได้รวบรวม 10 อาชีพที่น่าสนใจ พร้อมเจาะลึกว่าวิศวะคอมพิวเตอร์ เงินเดือน เริ่มต้นที่เท่าไหร่ในแต่ละสายงาน

1. โปรแกรมเมอร์ (Programmer)

หนึ่งในอาชีพที่ติด Top 10 สายงานเทคโนโลยีที่น่าสนใจในยุคดิจิทัล และหน้าที่หลักของโปรแกรมเมอร์ คือการเขียนโค้ดเพื่อพัฒนาแอปพลิเคชัน เว็บไซต์ และโปรแกรมต่าง ๆ ตามความต้องการของลูกค้า อาชีพนี้เปิดกว้างสำหรับคนที่ชอบการแก้ปัญหา และพัฒนาสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ

  • เงินเดือนเริ่มต้น : 26,000 – 42,000 บาท ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญของแต่ละคน

2. วิศวกรคอมพิวเตอร์ (Computer Engineer)

เป็นอาชีพที่ครบเครื่องสุด ๆ ทำทั้งส่วนของฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ เช่น ออกแบบชิปประมวลผล หรือระบบสมองกลฝังตัวในอุปกรณ์ต่าง ๆ หน้าที่คือการทำให้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

  • เงินเดือนเริ่มต้น : 20,000 – 40,000 บาท ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญของแต่ละคน

3. นักวิชาการคอมพิวเตอร์ (Computer Scientist)

หน้าที่หลักของสายงานนี้คือการวิเคราะห์ วางระบบ และดูแลระบบสารสนเทศขององค์กรแบบครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบและจัดการฐานข้อมูล ดูแลให้ระบบทำงานได้อย่างปลอดภัย จัดทำรายงาน ไปจนถึงเขียนคู่มือใช้งาน เป็นงานที่ต้องใช้ทั้งความละเอียด ความรอบคอบ แถมยังมีโอกาสทำได้ทั้งในหน่วยงานราชการ และบริษัทเอกชน

  • เงินเดือนเริ่มต้น : 20,000 – 40,000 บาท ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญของแต่ละคน

4. นักพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Developer)

เป็นคนอยู่เบื้องหลังการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ไฮเทคต่าง ๆ ตั้งแต่คิดคอนเซ็ปต์ การออกแบบ ไปจนถึงการทดสอบให้ผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้ดีที่สุด อาชีพนี้ต้องทำงานร่วมกับหลายฝ่าย ทั้งโปรแกรมเมอร์, นักออกแบบ และนักการตลาด เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ที่ออกมาประสบความสำเร็จ

  • เงินเดือนเริ่มต้น : 31,000 – 53,000 บาท ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญของแต่ละคน

5. นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientist)

นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล ถือเป็นสายงานที่กำลังมาแรงมากในยุค Big Data เพราะทุกธุรกิจต้องใช้ข้อมูล 

การทำงานของ Data Scientist จึงเป็นการใช้ทักษะด้านการเขียนโค้ดและสถิติขั้นสูงมาวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาล เพื่อหาแนวโน้มหรือข้อมูลเชิงลึก เพื่อนำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจทางธุรกิจ 

  • เงินเดือนเริ่มต้น : 43,000 – 65,000 บาท ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญของแต่ละคน

6. วิศวกรโครงการ (Project Engineer)

สำหรับคนที่ชอบวางแผนและบริหารจัดการ อาชีพนี้ถือว่าเหมาะเลย หน้าที่หลักคือการดูแลและควบคุมโปรเจกต์ด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ให้ถึงเป้าหมาย ตั้งแต่การวางแผนงาน จัดสรรทรัพยากร ไปจนถึงการประสานงานกับทีมงานและลูกค้า เพื่อให้โปรเจกต์ดำเนินไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

  • เงินเดือนเริ่มต้น : 30,000 – 46,000 บาท ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญของแต่ละคน

7. ผู้ดูแลระบบเครือข่าย (Network Administrator)

อาชีพนี้จะต้องดูแล ระบบเครือข่ายขององค์กรให้ทำงานได้ดี และปลอดภัยอยู่เสมอ เริ่มตั้งแต่การติดตั้ง การตั้งค่า ไปจนถึงการแก้ไขปัญหาเมื่อระบบมีปัญหา ต้องมีความรู้เรื่องโปรโตคอลเครือข่าย การจัดการระบบ และการรักษาความปลอดภัยข้อมูล

  • เงินเดือนเริ่มต้น : 36,000 – 53,000 บาท ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญของแต่ละคน

8. นักพัฒนาบล็อกเชน (Blockchain Developer)

นักพัฒนาบล็อกเชน คือคนที่คอยสร้างและดูแลระบบบล็อกเชนให้ทำงานได้ปลอดภัย ลื่นไหล และตอบโจทย์การใช้งาน หน้าที่หลัก ๆ ก็มีตั้งแต่การออกแบบโครงสร้างระบบ พัฒนา Smart Contract ไปจนถึงดูแลความปลอดภัยและการเข้ารหัสข้อมูล เพื่อให้ธุรกรรมหรือข้อมูลต่าง ๆ บนบล็อกเชนตรวจสอบได้ ปลอมแปลงยาก และใช้งานได้จริง

  • เงินเดือนเริ่มต้น : 50,000 – 300,000 บาท ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญของแต่ละคน

9. นักทดสอบผลิตภัณฑ์ (QA Engineer)

อาชีพนักทดสอบผลิตภัณฑ์ คือคนที่คอยเช็คคุณภาพสินค้า ก่อนปล่อยออกสู่ตลาด เพื่อหาว่ามีข้อบกพร่องหรือปัญหาตรงไหนบ้าง ประเมินทั้งความปลอดภัย ความคุ้มค่า จากนั้นก็ส่งข้อมูลให้ทีมพัฒนาเอาไปแก้ไข เพื่อให้สินค้าที่ออกไปถึงมือลูกค้าได้คุณภาพดี 

  • เงินเดือนเริ่มต้น : 25,000 – 60,000 บาท ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญของแต่ละคน

10. นักพัฒนาซอฟต์แวร์ (Software Developer)

เป็นอีกอาชีพที่มาแรงไม่แพ้อาชีพอื่น ๆ เลย หน้าที่หลักคือการพัฒนาโปรแกรมและแอปพลิเคชันอย่างครบวงจร ตั้งแต่การวิเคราะห์ความต้องการ ออกแบบโครงสร้างระบบ เขียนโค้ด และคอยดูแลปรับปรุงให้ใช้งานได้ดีในระยะยาว อาชีพนี้ต้องใช้ทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหาแบบมือโปร เพื่อให้โปรแกรมออกมาทั้งเสถียร ใช้ง่าย และตอบโจทย์สุด ๆ

  • เงินเดือนเริ่มต้น : 28,000 – 50,000 บาท ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญของแต่ละคน

ทางเลือกใหม่สำหรับคนอยากเรียนวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ SBU มีหลักสูตรที่ตอบโจทย์!

เป็นไงบ้าง พอได้รู้กันแล้วว่าวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ เรียนอะไรบ้าง และยังมีอาชีพที่หลากหลายให้เลือก แถมรายได้ก็ไม่น้อยเลย บอกเลยว่าสายนี้ไม่ได้จำกัดแค่ผู้ชายเท่านั้นนะ ผู้หญิงก็สามารถเป็นวิศวกรสาขานี้ได้เหมือนกัน และสำหรับน้อง ๆ สายวิทย์คณิต หรือศิลป์คำนวณที่สนใจเส้นทางนี้ ที่ SBU ก็มีสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศที่หลักสูตรใกล้เคียงกัน และตอบโจทย์ตลาดงานยุคนี้ได้ดี ไม่ว่าจะเลือกเส้นทางไหน สิ่งสำคัญที่สุดคือเตรียมตัวให้พร้อม วางแผนให้ดี แล้วน้อง ๆ จะสามารถเติบโตในสายงานที่ใฝ่ฝันได้อย่างมั่นใจแน่นอน!

รับสมัครนักศึกษาใหม่ sbu

ขอบคุณข้อมูลจาก : th.jobsdb.com , th.jobsdb.com