TCAS รอบ 3 คืออะไร ? เข้าใจรอบ Admission ให้ละเอียด ก่อนตัดสินใจยื่นอันดับเข้ามหาวิทยาลัย
TCAS รอบ 3 คืออะไร? เข้าใจระบบคัดเลือกรอบ Admission แบบง่าย ๆ ใครสมัครได้บ้าง ใช้คะแนนอะไรยื่น พร้อมทริกจัดอันดับลุ้นติดคณะในฝัน
TCAS รอบ 3 หรือที่เรียกกันติดปากว่า รอบ Admission เป็นรอบการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยที่ใช้คะแนนสอบเป็นหลัก เช่น TGAT, TPAT และวิชาสามัญ ถือว่าเป็นรอบสำคัญที่น้อง ๆ หลายคนรอคอย เพราะเลือกสมัครได้หลายอันดับ เพิ่มโอกาสลุ้นติดคณะหรือมหาวิทยาลัยในฝันได้มากขึ้น อีกทั้งยังเป็นรอบที่มีจำนวนที่นั่งรองรับค่อนข้างเยอะ
เด็กม.6 ที่กำลังลุ้นเข้ามหาวิทยาลัย หรือยังไม่แน่ใจว่าคะแนนที่มีจะพาไปถึงคณะที่ฝันได้ไหม บอกเลยว่า TCAS รอบ 3 คืออีกหนึ่งรอบสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเลย เพราะเป็นรอบที่ใช้คะแนนสอบเป็นหลัก สมัครได้หลายอันดับ และมีจำนวนที่นั่งเยอะที่สุด ทำให้หลายคนที่พลาดจากรอบพอร์ตโฟลิโอ หรือรอบโควตามา มักจะมาลุ้นกันจริงในรอบนี้ เอาเป็นว่าวันนี้เราจะพาน้อง ๆ มาทำความเข้าใจ TCAS รอบ 3 ว่ารอบนี้คืออะไร ใช้คะแนนอะไรบ้าง ไปจนถึงแนวทางเลือกอันดับยังไงให้มีสิทธิ์ลุ้นติดมหาวิทยาลัยมากขึ้น มาเตรียมวางแผนให้พร้อมสำหรับรอบนี้กัน!
TCAS รอบ 3 คืออะไร?
TCAS รอบ 3 คือ รอบแอดมิชชัน (Admission) เป็นรอบที่เปิดให้สมัครเข้ามหาวิทยาลัยด้วยคะแนนสอบล้วน ๆ โดยน้อง ๆ จะสมัครคัดเลือกและประกาศผลผ่านระบบ mytcas และประกาศผลพร้อมกันทุกมหาวิทยาลัย ทำให้รู้ผลในช่วงเวลาเดียวกันทั้งหมด จุดเด่นของ TCAS รอบ 3 คือสามารถเลือกสมัครได้หลายอันดับ เลยช่วยเพิ่มโอกาสลุ้นติดคณะที่อยากเข้าได้มากขึ้น รอบนี้แหละที่เป็นโอกาสทองในการวางแผนเลือกอันดับให้เหมาะกับคะแนนของตัวเอง เพราะถ้าจัดอันดับดี ๆ ก็มีสิทธิ์พาเราไปถึงคณะในฝันและมหาวิทยาลัยที่อยากเข้าได้จริง
ใครสมัคร TCAS รอบ 3 ได้บ้าง?

โดยทั่วไปแล้ว TCAS รอบ 3 เป็นรอบที่เปิดกว้างสำหรับนักเรียนหลายกลุ่ม เพราะใช้คะแนนสอบกลาง เป็นหลักในการคัดเลือก มาดูกันว่าใครสมัคร TCAS รอบ 3 ได้บ้าง
1. เด็ก ม.6 ที่กำลังจะจบ
เด็ก ม.6 ที่กำลังจะเรียนจบในปีนี้ ไม่ว่าน้องจะเรียนสายวิทย์ สายศิลป์คำนวณ ศิลป์ภาษา หรือไม่ว่าจะสายไหนก็ตาม ถ้ามีคะแนนสอบแล้วอยากยื่นเข้าคณะที่ตัวเองฝันไว้ TCAS รอบ 3 ถือว่าเป็นโอกาสสำคัญมาก โดยเฉพาะใครที่ยังไม่ได้สมัครรอบก่อนหน้า หรืออยากแก้ตัวจากรอบที่ผ่านมา เพราะรอบนี้จะเน้นใช้คะแนนสอบแข่งขันกันแบบตรง ๆ เลย
2. เด็กซิ่ว หรือคนที่จบ ม.6 ไปแล้ว
สำหรับเด็กซิ่ว หรือคนที่จบ ม.6 ไปแล้ว ก็ยังสามารถกลับมาสมัคร TCAS รอบ 3 ไม่ว่าจะเคยเรียนมหาวิทยาลัยมาแล้ว แต่อยากเปลี่ยนคณะ หรืออยากเริ่มใหม่กับสายที่ชอบ ถือว่าเป็นโอกาสทองเลย สามารถสอบใหม่และใช้คะแนนล่าสุดมายื่นสมัครได้ แต่ต้องเช็กเงื่อนไขของแต่ละมหาวิทยาลัยให้ดี
3. เด็กสายอาชีพ ปวช./และ กศน.
น้อง ๆ ที่เรียนสายอาชีพอย่าง ปวช. หรือเรียนผ่านระบบ กศน. ก็มีสิทธิ์สมัครได้เหมือนกัน ตอนนี้หลายมหาวิทยาลัยเปิดรับวุฒิเทียบเท่ามากขึ้นแล้ว แต่แต่ละคณะไม่ได้เปิดรับทุกวุฒิเหมือนกัน บางคณะอาจรับ ปวช. หรือ กศน. แต่บางคณะก็รับเฉพาะสายสามัญ เพราะฉะนั้นก่อนจะสมัครต้องเช็กให้ชัวร์ก่อนว่าเงื่อนไขของคณะที่อยากเรียนให้ละเอียด ว่ารับวุฒิเทียบเท่าไหม
4. ผู้สำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศ (GED / International School)
สำหรับน้อง ๆ ที่จบจากโรงเรียนนานาชาติ หรือสอบเทียบวุฒิ GED มา ก็สามารถลงสนาม TCAS รอบ 3 ได้เหมือนเพื่อน ๆ เลย แค่ต้องนำใบเกรดหรือวุฒิไปทำเรื่อง เทียบวุฒิ ให้เรียบร้อยก่อน แล้วเตรียมเอกสารต่าง ๆ ให้ครบตามที่คณะกำหนด นอกจากนี้บางคณะอาจต้องใช้คะแนนสอบกลางเพิ่มเติมด้วย ถ้าใครเรียนหลักสูตรต่างประเทศมา แนะนำให้เช็กเงื่อนไขของคณะที่สนใจล่วงหน้าเหมือนกันนะ จะได้วางแผนทัน และไม่พลาดโอกาสสำคัญ
TCAS รอบ 3 ใช้คะแนนอะไรบ้าง?
ในรอบ Admission แต่ละมหาวิทยาลัยจะกำหนดเกณฑ์การคัดเลือกที่แตกต่างกันออกไป โดยส่วนใหญ่จะประกอบด้วย
คะแนนสอบกลาง
- TGAT (Thai General Aptitude Test): วัดความถนัดทั่วไป เน้นการสื่อสารภาษาอังกฤษ การคิดอย่างมีเหตุผล และสมรรถนะการทำงาน
- TPAT 2-5 (Thai Professional Aptitude Test): วัดความถนัดทางวิชาชีพเฉพาะด้าน
- A-Level (Applied Knowledge Level): ข้อสอบวัดความรู้เชิงวิชาการเชิงวิชาการ โดยอ้างอิงจากหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
GPAX (เกรดเฉลี่ยสะสม)
โดยส่วนใหญ่ TCAS รอบ 3 จะใช้ GPAX 6 เทอม บางคณะกำหนดเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำ เช่น 2.50 หรือ 3.00 ขึ้นไป และบางคณะจะเอา GPAX มาคิดเป็นสัดส่วนคะแนนร่วมกับคะแนนสอบกลางด้วย
TCAS รอบ 3 เลือกได้กี่คณะ?
น้อง ๆ สามารถเลือกคณะหรือสาขาวิชาได้สูงสุดถึง 10 อันดับ เลย ถือว่าเป็นรอบที่เปิดโอกาสให้วางแผนได้ค่อนข้างยืดหยุ่น เพราะทั้ง 10 อันดับนี้จะเลือก คณะเดียวกันแต่คนละมหาวิทยาลัยก็ได้ หรือจะเลือกมหาวิทยาลัยเดียวกัน คณะเดียวกันแต่คนละสาขาก็ทำได้เหมือนกัน มีสิทธิ์จัดอันดับความอยากเข้าได้ถึง 10 ตัวเลือกเลย แต่ก็ไม่จำเป็นต้องเลือกให้ครบทั้ง 10 อันดับเสมอไปนะ จะเลือกแค่ 1, 3 หรือ 5 อันดับ ตามความมั่นใจของคะแนนตัวเองก็ได้เหมือนกัน
วิธีจัดอันดับ TCAS รอบ 3 ลุ้นติดคณะในฝัน
การเลือกคณะใน TCAS รอบ 3 ไม่ใช่แค่เลือกตามสิ่งที่ชอบอย่างเดียว แต่ต้องวางแผนให้ดีด้วย เพราะการจัดอันดับแต่ละอันดับมีผลกับโอกาสติดโดยตรง แนะนำให้เริ่มจากดูคะแนนของตัวเอง เทียบกับคะแนนต่ำสุด – สูงสุดย้อนหลังของคณะที่ตัวเองสนใจ และแนวทางที่คนส่วนใหญ่ใช้มีดังนี้
- อันดับ 1 – 3 : คณะในฝัน เป็นคณะที่อยากเข้าเรียนมากที่สุด คะแนนอาจจะเสี่ยงหน่อย แต่ยังพอลุ้นได้
- อันดับ 4 – 7 : คณะที่อยากเรียนลองลงมา เป็นคณะที่คะแนนเราใกล้เคียงกับเกณฑ์ มีโอกาสติดค่อนข้างดี เป็นคณะที่เราชอบรองลงมา
- อันดับ 8 – 10 : คณะที่ติดชัวร์ ควรเลือกคณะที่เรามั่นใจว่าคะแนนเราห่างจากคะแนนต่ำสุดของปีก่อน ๆ ชัดเจน เพื่อเป็นหลักประกันว่าเราติดแน่ ๆ
อีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญมาก อยากให้น้อง ๆ จำขึ้นใจเลยก็คือ ระเบียบการของมหาวิทยาลัยสำคัญที่สุด ต่อให้จะทำคะแนนสอบออกมาได้สูง แต่ถ้า GPAX หรือ คะแนนเฉพาะวิชา ไม่ถึงขั้นต่ำที่มหาวิทยาลัยกำหนดไว้ ก็สามารถไม่สามารถยื่นได้นะ อย่าลืมตรวจสอบระเบียบการของแต่ละมหาวิทยาลัยให้ละเอียดว่าเขากำหนดเกณฑ์ตัวไหนไว้บ้าง จะได้ไม่พลาดโอกาส
ไทม์ไลน์ TCAS รอบ 3 #Dek69

เพื่อให้น้อง ๆ เห็นภาพชัดขึ้น นี่คือตัวอย่างช่วงเวลาโดยประมาณของ TCAS รอบ 3 #Dek69
- เปิดรับสมัคร : วันที่ 6 – 12 พฤษภาคม 2569
- ประกาศผลครั้งที่ 1 : วันที่ 20 พฤษภาคม 2569
- ประกาศผลครั้งที่ 2 : วันที่ 26 พฤษภาคม 2569
- ยืนยันสิทธิ์: วันที่ 20 – 21 พฤษภาคม 2569
- สละสิทธิ์ : วันที่ 27 พฤษภาคม 2569
สิ่งที่ควรระวังใน TCAS รอบ 3
– บางคณะกำหนดอันดับขั้นต่ำในการเลือก ไม่ใช่ว่าอยากใส่อันดับไหนก็ได้ บางคณะกำหนดเลยว่าต้องเลือกต้องอยู่อันดับ 1, 2, 3 หรือ 4 เท่านั้น ถ้าวางต่ำกว่านี้ ต่อให้คะแนนถึงก็จะไม่ถูกพิจารณา
– ถ้ามีการกดขอประมวลผลรอบ 2 หลังประกาศผล ระบบจะยืนยันสิทธิ์ให้อัตโนมัติ
– ถ้ามีการกดขอประมวลผลรอบ 2 น้อง ๆ มีสิทธิ์ติดคณะในลำดับที่สูงกว่าเดิม หรือคณะเดิม ต้องกดเลือกคณะเดิมเข้าประมวลผลด้วย
– คะแนนไม่ครบ หรือคะแนนรายวิชาไม่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำที่คณะกำหนด ระบบก็จะไม่พิจารณา
ถ้าไม่อยากพลาด TCAS รอบ 3 นี้ แนะนำให้เริ่มจากเช็กระเบียบการให้ชัวร์ก่อน ให้เข้าไปดูประกาศใน mytcas.com ว่าคณะที่เราอยากเข้าปีนี้ใช้เกณฑ์อะไรบ้าง ต้องใช้คะแนนวิชาไหนเป็นหลัก เพราะรายละเอียดบางอย่างอาจมีการอัปเดตเพิ่มเติมในแต่ละปี แล้วขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญมากลองคำนวณคะแนน tcas ย้อนหลัง เอาคะแนนของตัวเองไปเทียบกับคะแนนต่ำสุด–สูงสุดของปีก่อน ๆ พร้อมกับวางแพลนจัดอันดับให้ดีด้วย
เตรียมแผนสำรองให้พร้อม ก่อนยื่น TCAS รอบ 3

สำหรับน้อง ๆ ที่กำลังลุ้นผล TCAS รอบ 3 แล้วเริ่มกังวลว่าถ้าไม่ติดจะทำยังไงดี การมีแผนสำรองไว้ล่วงหน้าจะช่วยให้เราไม่สติหลุดและเดินหน้าต่อได้ ที่ SBU เราเปิดโอกาสให้ทุกคนแบบ TCAS ไม่มีขั้นต่ำ ไม่ว่าน้องจะจบ ม.6, ปวช. หรือ กศน. ก็เข้ามาได้เลย แค่เตรียมค่าสมัคร 200 บาท ก็ยื่นใบสมัครได้ทันที เรื่องค่าใช้จ่ายก็ไม่ต้องห่วง เพราะน้อง ๆ สามารถสมัครเรียนกู้กยศ.ได้ เลือกผ่อนกับมหาลัยได้ ไม่มีดอกเบี้ย หลักสูตรส่วนใหญ่ใช้เวลาเรียนประมาณ 3 ปี ก็สามารถเรียนจบได้ ช่วยให้เริ่มต้นทำงาน พร้อมวางแผนอนาคตได้เร็วขึ้น ยกเว้นบางสาขาอย่างยานยนต์สมัยใหม่ และเทคโนโลยีอุตสาหการ จะใช้เวลาเรียนประมาณ 4 ปี ที่เน้นทักษะเฉพาะทาง และการลงมือปฏิบัติจริง ช่วยให้น้อง ๆ พร้อมเริ่มต้นเส้นทางอาชีพได้อย่างมั่นใจ
- สมัครเรียน : ใบสมัครเรียนระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอก
- สมัครรับทุนการศึกษา: ใบสมัครเรียนระดับปริญญาตรี ทุนช้างเผือก – ทุนเรียนดี มหาวิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอก
เริ่มต้นชีวิตมหาวิทยาลัยกับ SBU ช่วยให้อนาคตที่ใช่ไปไกลกว่าเดิม
น้อง ๆ ที่กำลังหาที่เรียนต่อที่แบบจบไปแล้วมีโอกาสทำงานจริง ๆ ลองมองมาที่มหาวิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอก (SBU) หนึ่งในมหาวิทยาลัยเอกชนที่เน้นสร้างมืออาชีพ เน้นการเรียนรู้แบบลงมือจริง สอนให้มีหัวคิดแบบผู้ประกอบการ หลักสูตรทุกสาขาได้รับการรับรองมาตรฐาน ทำให้มั่นใจได้ว่าเนื้อหาทันสมัยแน่นอน แถมยังได้เรียนกับอาจารย์และคนในวงการตัวจริง ที่คอยแชร์ประสบการณ์ให้แบบจัดเต็ม หลายคนที่เรียนที่นี่มีโอกาสได้งานทำตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ สำหรับใครที่กำลังวางแผนอนาคต การเลือกเรียนต่อที่ SBU ไม่ใช่แค่การเรียน แต่คือการลงทุนกับอนาคตของตัวเอง สามารถติดตามข่าวสาร หรือสอบถามข้อมูลได้ที่ southeast.ac.th เลย!




