อัปเดตใหม่! TPAT คืออะไร? จำเป็นต้องสอบ TPAT ทุกตัวไหม?

เข้าใจก่อนสอบ TPAT คืออะไร? สรุปมาให้แล้วทั้ง 5 ตัว ใครต้องสอบตัวไหน เกณฑ์คะแนนเปลี่ยนไปยังไง พร้อมเทคนิคเก็บคะแนนแบบคนขี้เกียจแต่อยากสอบติด!

TPAT คือข้อสอบวัดความถนัดเฉพาะทางที่ใช้ยื่นเข้ามหาวิทยาลัยในระบบ TCAS โดยแบ่งเป็น 5 กลุ่มวิชาตามคณะที่เลือกเรียน เช่น แพทย์ วิศวะ หรือศิลปกรรม ไม่จำเป็นต้องสอบทุกตัว ให้เลือกสอบเฉพาะวิชาที่คณะ/สาขาที่เราอยากเข้ากำหนดใช้เท่านั้น หากสอบเกินไปก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์ แต่ถ้าขาดตัวที่คณะระบุจะถือว่าคุณสมบัติไม่ครบและสมัครไม่ได้ทันที ดังนั้นต้องเช็กเกณฑ์รับสมัครของแต่ละมหาวิทยาลัยให้ดีก่อนตัดสินใจลงทะเบียนสอบ

สำหรับน้อง ๆ ที่กำลังก้าวเข้าสู่สนามสอบ TCAS เชื่อว่าหนึ่งในชื่อที่สร้างความกังวลใจให้ไม่น้อยคงหนีไม่พ้น “TPAT” หลายคนอาจกำลังตั้งคำถามว่า ข้อสอบวัดความถนัดวิชาชีพนี้มีความสำคัญอย่างไร? เราจำเป็นต้องลงสอบทุกตัวหรือไม่?

บทความนี้จะพาน้อง ๆ ไปทำความรู้จักกับ TPAT แบบเจาะลึกทุกประเด็น พร้อมอัปเดตข้อมูลปีล่าสุด ไม่ว่าจะเป็นเด็กสายศิลป์หรือสายวิทย์ ก็สามารถวางแผนรับมือและเตรียมตัวโกยคะแนนให้พุ่งกระฉูดได้อย่างมั่นใจ

ทำความรู้จัก TPAT คืออะไร?

ทำความรู้จัก TPAT คืออะไร?

TPAT (Thai Professional Aptitude Test) คือ การทดสอบความถนัดทางวิชาชีพหรือความถนัดเฉพาะด้าน เพื่อใช้ประกอบการคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยหรือคณะต่าง ๆ จะกำหนดว่า ต้องใช้ TPAT วิชาใดเป็นเกณฑ์ในการยื่นสมัคร ขึ้นอยู่กับสาขาวิชาที่ต้องการเรียน

TPAT มีกี่ประเภท

โดยทั่วไป TPAT คือการทดสอบความถนัดทางวิชาชีพ ที่มีการแบ่งออกเป็นหลายกลุ่มตามสายวิชาชีพ เช่น

  • TPAT1 – ความถนัดแพทย์ (ใช้สำหรับแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ สัตวแพทยศาสตร์ ฯลฯ)
  • TPAT2 – ความถนัดศิลปกรรมศาสตร์
  • TPAT3 – ความถนัดด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์
  • TPAT4 – ความถนัดด้านสถาปัตยกรรม
  • TPAT5 – ความถนัดครุศาสตร์–ศึกษาศาสตร์ (สำหรับผู้ที่ต้องการเป็นครู)

แต่ละข้อสอบจะวัดทักษะที่แตกต่างกัน เช่น

  • การคิดวิเคราะห์
  • การแก้ปัญหาเชิงตรรกะ
  • ความเข้าใจด้านวิชาชีพ
  • ทักษะเชิงสร้างสรรค์หรือจินตนาการ

TPAT ต้องลงสอบทุกตัวไหม?

ไม่จำเป็น นักเรียนจะสามารถเลือกสอบเฉพาะ TPAT ที่ คณะหรือสาขาที่ต้องการสมัครกำหนดเท่านั้น

ตัวอย่างเช่น

  • อยากเข้าวิศวะ → อาจต้องใช้ TPAT3
  • อยากเรียนครู → ใช้ TPAT5
  • อยากเรียนแพทย์ → ใช้ TPAT1

บางคณะอาจใช้ TGAT หรือวิชาสามัญ (A-Level) ร่วมด้วย ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ของแต่ละมหาวิทยาลัย แต่ถ้าถามว่าสอบหมดเลยได้ไหม เพราะอยากเก็บทางเลือกไว้ให้มากที่สุด คำตอบคือ ทำได้แน่นอน แต่ต้องบริหารเวลาอ่านหนังสือให้ดีด้วย การสอบเยอะเกินไปอาจทำให้เราหลุดโฟกัสได้ 

Check-list 3 ขั้นตอนเช็กให้ชัวร์ว่าเราต้องสอบ TPAT ตัวไหน?

เพื่อความแม่นยำ 100% ก่อนกดสมัครสอบ แนะแนวให้ทำตามนี้ได้เลย:

1. ลิสต์คณะที่อยากเข้ามา 3-5 อันดับ: ทั้งคณะในฝันและคณะสำรอง

2. เข้าไปที่เว็บไซต์ mytcas.com: ค้นหาชื่อคณะและมหาวิทยาลัยนั้น ๆ แล้วดูในหัวข้อ “เกณฑ์การคัดเลือก”

3. จดวิชาที่ต้องใช้: ดูให้ดีว่าเขาใช้ TPAT รหัสอะไร และให้น้ำหนักกี่เปอร์เซ็นต์

ตารางสอบ TPAT ประจำปี 2569 

ตารางสอบ TPAT ประจำปี 2569 

สำหรับปีการศึกษา 2569 นี้ จะจัดสอบในช่วงกลางเดือนธันวาคม ซึ่งถือเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของเทอม 2 ทปอ. ได้ประกาศปฏิทินออกมาอย่างเป็นทางการแล้ว

  • 30 ต.ค. – 6 พ.ย. 68: ช่วงเวลาชี้ชะตา! เปิดรับสมัครสอบ TGAT และ TPAT2-5 (เลือกสอบได้ทั้งแบบกระดาษและคอมพิวเตอร์)
  • 29 พ.ย. – 15 ธ.ค. 68: พิมพ์บัตรที่นั่งสอบ (ห้ามลืมเด็ดขาด! เพราะต้องใช้เข้าห้องสอบ)
วัน/เดือน/ปีเวลา 09.00 – 12.00 น.เวลา 13.00 – 16.00 น.
เสาร์ 13 ธ.ค. 68TPAT 3 (วิทย์-วิศวะ-เทคโนโลยี)TGAT (ความถนัดทั่วไป)
อาทิตย์ 14 ธ.ค. 68TPAT 5 (ครุศาสตร์-ศึกษาศาสตร์)TPAT 2 (ศิลปกรรมศาสตร์)
จันทร์ 15 ธ.ค. 68TPAT 4 (สถาปัตยกรรมศาสตร์)
เสาร์ 14 ก.พ. 69TPAT 1 (วิชาเฉพาะ กสพท)

สรุปไฮไลท์! การสอบ TPAT มีอะไรเปลี่ยนบ้าง?

ในสนามสอบปีการศึกษาถัด ๆ ไป มีการปรับเปลี่ยนที่น่าสนใจซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อวิธีเตรียมตัวของน้อง ๆ แน่นอน ไม่ใช่แค่เรื่องสอบอะไร แต่รวมถึงสอบอย่างไรด้วย จะมีเรื่องไหนที่เด็กเจนใหม่อย่างเราต้องรู้บ้าง ไปดูกัน! 

1. เปิดให้สอบแบบ PBT และ CBT

  • Paper Based Test (PBT) คือการเลือกสอบด้วยกระดาษ โดยมีโรงเรียนเป็นสนามสอบ
  • Computer Based Test (CBT) คือการเลือกสอบด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์
    โดยมีมหาวิทยาลัยเป็นสนามสอบ ซึ่งจะมีให้ทดลองสอบก่อนสอบจริง

ในระบบ TCAS ปัจจุบัน ในกลุ่ม TGAT และ TPAT2-5 เริ่มปรับมาจัดสอบในรูปแบบ Computer-Based Testing (CBT) มากขึ้น แม้จะยังมีระบบกระดาษ (PBT) ให้เลือกในบางสนาม แต่นักเรียนส่วนใหญ่เริ่มหันมาสอบบนคอมพิวเตอร์กัน ซึ่งถือว่าเป็นการก้าวเข้าสู่ยุค Digital Transformation อย่างแท้จริง

2. สอบ TPAT3 เป็นภาษาอังกฤษ (เฉพาะแบบ CBT)

นี่คือจุดที่ต้อง Remark ขีดเส้นใต้รัว ๆ สำหรับน้องที่เลือกสอบ TPAT3 ในรูปแบบคอมพิวเตอร์ (CBT) ตัวข้อสอบอาจจะมีการปรับเป็นเวอร์ชันภาษาอังกฤษในบางส่วนหรือทั้งหมด ใครที่ภาษาอังกฤษไม่แข็งแรงแต่อยากสอบสายวิศวะ/เทคโนโลยี ต้องตัดสินใจดี ๆ ว่าจะสอบแบบกระดาษ (ภาษาไทย) หรือจะอัปสกิลภาษาเพื่อสอบแบบคอมพิวเตอร์ (อ้างอิง: mytcas.com)

3. ระบบ TCASfolio แฟ้มสะสมผลงานมาตรฐาน

TCASfolio คือ ระบบจัดเก็บและสร้างแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) ในรูปแบบ Standardized Digital Profile ที่พัฒนาโดย ทปอ. เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและลดภาระให้นักเรียน จากเดิมที่น้อง ๆ ต้องจ้างทำกราฟิกเล่มพอร์ตสวย ๆ หนาหลายสิบหน้า ตอนนี้ทุกอย่างจะถูกทำให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

โดยระบบจะมีช่องให้กรอกข้อมูลตามหัวข้อที่มหาวิทยาลัยต้องการ เช่น เกรด (GPAX), รางวัล และกิจกรรมจิตอาสา เมื่อน้องกรอกข้อมูลใน TCASfolio เสร็จแล้ว สามารถกดส่งพอร์ตนี้ไปยังมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่เข้าร่วมโครงการได้เลย ไม่ต้องอัปโหลดไฟล์ PDF ซ้ำหลาย ๆ รอบ 

มหาวิทยาลัยหลายแห่งเริ่มใช้คะแนน TPAT เป็นหนึ่งในเกณฑ์คัดกรอง (Screening) ในรอบ Portfolio ด้วย เช่น บางคณะอาจกำหนดว่า “ต้องมีคะแนน TPAT3 ไม่ต่ำกว่า 50 คะแนน” ถึงจะพิจารณาตรวจเล่ม TCASfolio ดังนั้น การมีผลงานในพอร์ตที่สอดคล้องกับคะแนน TPAT ที่สูง จะยิ่งช่วยยืนยันกับกรรมการว่า น้อง ๆ มีศักยภาพในสาขาที่เลือกเรียนจริง ๆ  (อ้างอิง: mhesi.go.th)

4. ลดทอนการท่องจำ และเพิ่มทักษะการวิเคราะห์ (Analytical Thinking)

ข้อสอบยุคใหม่จะเน้นโจทย์สถานการณ์จำลองมากขึ้น โดยเฉพาะใน TPAT 1, 3 และ 5 โจทย์จะยาวขึ้น มีบริบทแวดล้อมเยอะขึ้น เพื่อวัดว่าน้องสามารถนำความรู้ที่มีไปแก้ปัญหาได้จริงไหม เช่น แนวคำถามแบบนี้

ตัวอย่างข้อสอบจริง TPAT5

ท่านเป็นครูสอนระดับประถมศึกษาชั้นปีที่ 1 นานกว่า 5 ปี เริ่มต้นเปิดเทอมปีนี้ ท่านประเมินและติดตาม ผลการเรียนรู้ของนักเรียนแล้วพบว่า นักเรียน 1 ใน 3 เรียนรู้ช้ากว่าเพื่อน ๆ ทำให้เพื่อนบางคนต้องรอ ระหว่างการทำแบบฝึกหัดในห้องเรียน ท่านจะแก้ปัญหาอย่างไร

  1. ติดต่อผู้ปกครองเพื่อช่วยกันหาทางแก้ปัญหา
  2. แบ่งกลุ่มนักเรียนตามผลการประเมินและแยกเนื้อหาที่สอน
  3. ปรึกษาฝ่ายวิชาการเพื่อแยกนักเรียนที่เรียนไม่ทันเพื่อนไปไว้ห้องเดียวกัน
  4. เยี่ยมบ้านนักเรียนเฉพาะกลุ่มเรียนรู้ช้าเพื่อประเมินพฤติกรรมการเรียนรู้ที่บ้าน
  5. ใช้สื่อการเรียนรู้ที่เป็นรูปธรรมและเพิ่มกิจกรรมที่ท้าทายความสนใจและความสามารถของนักเรียน ที่แตกต่างกัน

ถ้าเป็นน้อง ๆ จะตอบข้อไหนกัน ? เพราะคำตอบล้วนดูจะเป็นไปได้ทุกข้อ แต่คำตอบที่ถูกต้องคือ ข้อ 5 นั่นเป็นเพราะว่า นักเรียนแต่ละคนมีพื้นฐานการเรียนรู้และการปรับตัวกับสภาพการ เรียนรู้ที่แตกต่างกัน บางคนปรับตัวได้เร็ว ในขณะที่บางคนปรับตัวได้ช้า ดังนั้น ครูผู้สอนจึงต้องการออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอนของครู เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้และการปรับตัวของนักเรียน ทำให้ข้อนี้ถูกต้องที่สุดนั่นเอง

DEK70 เตรียมพร้อมยังไงดี? คำแนะนำจากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง

ปฏิทินการสอบมักจะอ้างอิงช่วงเวลาเดียวกันในทุก ๆ ปี ซึ่งตารางสอบ TPAT คือช่วง “ตุลาคม – ธันวาคม” ของทุกปี เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ชี้ชะตาของน้อง ๆ เช่นกัน พี่ ๆ ที่ผ่านสนามรบนี้มาแล้วจึงอยากแนะนำว่า การเริ่มสะสมเนื้อหาตั้งแต่วันนี้จะช่วยลดแรงกดดันได้อย่างมาก 

แปะตารางสอบ TPAT70 (สำหรับวางแผนล่วงหน้า)

วงเวลารายละเอียดกิจกรรม
ตุลาคมเปิดรับสมัครสอบ TPAT 1 (กสพท)
พฤศจิกายนเปิดรับสมัครสอบ TGAT และ TPAT 2-5
ธันวาคม (กลางเดือน)สนามรบจริง! สอบ TGAT และ TPAT 2-5
มกราคม (ปีถัดไป)ประกาศผลสอบ 
กุมภาพันธ์สอบ TPAT 1 (วิชาเฉพาะ กสพท)

สอบ TPAT แล้ว แต่ยังไม่มั่นใจคะแนน ทำยังไงดี?

ในโลกการทำงานยุคใหม่ที่หมุนไวแบบก้าวกระโดด “เวลา” ได้กลายเป็นแต้มต่อที่สำคัญที่สุด เพราะการก้าวเข้าสู่สนามการทำงานจริงได้เร็วขึ้นเพียง 1 ปี หมายถึงโอกาสในการสะสมประสบการณ์ การสร้างคอนเนกชัน และการเติบโตทางรายได้ที่ทิ้งห่างคนรุ่นเดียวกันไปมหาศาล ดังนั้น น้อง ๆ ที่คิดมาแล้วว่าคะแนนมันลุ้นยาก หรือไม่อยากเอาอนาคตไปเสี่ยงกับความไม่แน่นอนช่วงปลายปี การเลือกกลยุทธ์ Professional Fast Track จึงเป็นทางออกที่ชาญฉลาดในการบริหารความเสี่ยงและเร่งสปีดความสำเร็จไปพร้อมกัน

มหาวิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอก (SBU) จึงเป็นจิ๊กซอว์ที่ลงตัวสำหรับคนที่เน้นผลลัพธ์ มากกว่าการนั่งรอโชคชะตา เพราะที่นี่เราอยู่ในระบบ TCAS ที่เปิดโอกาสให้น้อง ๆ ยื่นพอร์ต (Portfolio) จองที่นั่งในคณะที่ใช่ได้ทันทีโดยไม่ต้องเครียดเรื่องคะแนนสอบ แถมยังมีหลักสูตรที่ออกแบบมาเพื่อคนอยากจบไวโดยเฉพาะ เรียกได้ว่าพร้อมก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานก่อนใครด้วยความมั่นใจ

รวมหลักสูตรที่ SBU ออกแบบอนาคตให้ตรงจุดและจบไว

สำหรับน้อง ๆ ที่สมัครรอบ Portfolio วันนี้ นอกจากจะได้ที่เรียนชัวร์แบบไม่ต้องลุ้นคะแนนสอบแล้ว ยังได้แต้มต่อในการเริ่มต้นชีวิตการทำงานที่เร็วกว่าใคร ผ่านสิทธิพิเศษและหลักสูตรที่ออกแบบมาเพื่อคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ

1. สายวิศวกรรมอนาคต (วศ.บ.): เน้นอุตสาหกรรม S-Curve ที่ประเทศกำลังต้องการตัวสูงที่สุด เช่น สาขายานยนต์สมัยใหม่ และ เทคโนโลยีอุตสาหการ

  • ระยะเวลา: ม.6 / ปวช. เรียน 4 ปี 
  • ไฮไลท์: พี่ ๆ ปวส. เทียบโอนเรียนต่อเพียง 2 ปี เท่านั้น

2. สาย Speed Track (จบไวใน 3 ปี): ออกแบบมาเพื่อวุฒิ ม.6 / ปวช. / กศน. โดยเฉพาะ ในสาขายอดฮิตอย่าง แอนิเมชัน, บัญชี, หรือคอมพิวเตอร์ธุรกิจ 

  • ระยะเวลา: จบการศึกษาภายใน 3 ปี 
  • ไฮไลท์: ตัดวิชาที่ไม่จำเป็นออก เน้นเนื้อหาที่ต้องใช้ทำงานจริง เพื่อให้คุณรับปริญญาและเริ่มงานได้ก่อนเพื่อนรุ่นเดียวกัน 12 เดือนเต็ม

3. สายเทียบโอนประสบการณ์ (สำหรับพี่ ๆ ปวส.): ทางลัดสำหรับคนที่อยากอัปเกรดวุฒิปริญญาตรีเพื่ออัปฐานเงินเดือน หรือขยับตำแหน่งงาน

  • ระยะเวลา: จบไวที่สุดใน 1.5 ปี 
  • ไฮไลท์: นำผลการเรียนเดิมมาเทียบโอนได้สูงสุด ทำให้ใช้เวลาเรียนสั้นลงแต่ได้วุฒิคุณภาพเท่าเดิม

4. สายอิสระ Digital Learning (ออนไลน์ 100%): ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่อยากเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย หรืออยู่ต่างจังหวัดแต่อยากได้วุฒิจากสถาบันที่ได้มาตรฐาน

  • ระยะเวลา: จบไวตามมาตรฐาน 1.5 – 3 ปี (ขึ้นอยู่กับวุฒิเดิม)
  • ไฮไลท์: เรียนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ 100% บริหารเวลาเองได้ 24 ชั่วโมง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1: ไม่สอบ TPAT ได้ไหม?

ได้! ถ้าคณะที่น้องเข้าไม่ใช้ แต่ส่วนใหญ่คณะยอดฮิตมักจะใช้ TPAT เป็นเกณฑ์ตัดสินหลัก

Q2: TPAT สอบช่วงไหน?

โดยปกติจะสอบช่วงเดือนธันวาคมของทุกปี (ต้องเตรียมตัวตั้งแต่ปิดเทอมตุลาคมนะ!)

Q3: คะแนน TPAT มีอายุใช้งานกี่ปี?

คะแนน TPAT มีอายุการใช้งาน 1 ปี เท่านั้น (สอบปีไหน ใช้ยื่นในปีการศึกษานั้น) ถ้าเป็นเด็กซิ่วที่อยากยื่นใหม่ในปีถัดไป มักจะต้องลงสอบใหม่เพื่อให้ได้คะแนนที่เป็นปัจจุบันตามเกณฑ์ของปีนั้น ๆ 

Q4: สมัครสอบ TPAT ไปแล้ว เปลี่ยนวิชาหรือยกเลิกได้ไหม? 

โดยปกติหลังจากยืนยันการสมัครและชำระเงินแล้ว ไม่สามารถยกเลิกหรือขอคืนเงินได้ และการเพิ่ม/เปลี่ยนวิชาสอบจะทำได้เฉพาะในช่วงเวลาที่เปิดรับสมัครเท่านั้น น้อง ๆ จึงควรเช็กเกณฑ์คณะที่อยากเข้าให้ชัวร์ก่อนกดจ่ายเงิน

SBU เปิดรับรอบ Portfolio ในระบบ TCAS สาขาฮิตเพียบ!

หวังว่าน้อง ๆ จะเข้าใจกันมากขึ้นแล้วว่า TPAT คืออะไร ต้องเตรียมตัวรับมือสนามสอบนี้ยังไง? พี่ ๆ ขออวยพรให้น้อง ๆ สอบได้คะแนนตามที่หวังนะ! แต่สำหรับน้อง ๆ ที่ไม่อยากเสี่ยงกับความกดดันในวันประกาศผลคะแนน TPAT ช่วงปลายปี พี่แนะนำให้ลองเปลี่ยนกลยุทธ์มาโฟกัสที่รอบ 1 Portfolio เพราะถ้าติดรอบนี้ได้ น้องจะจบปัญหาความเครียดเรื่องคะแนนสอบไปได้เลย และที่สำคัญคือ มหาวิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอก (SBU) ของเราก็อยู่ในระบบ TCAS เช่นกัน น้อง ๆ สามารถเลือกยื่นพอร์ตเข้ามาเพื่อจองที่นั่งในคณะที่ใช่ได้ทันที ที่นี่มีหลายสาขาให้เลือกเรียน ไม่ว่าจะเป็น สาขาแอนิเมชัน สาขาบัญชี หรือสาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ซึ่งล้วนตรงตามความต้องการของตลาด แถมยังตอบโจทย์คนอยากจบไวด้วยหลักสูตรที่กระชับสุด ๆ อย่าช้า รีบมาสมัครก่อนเต็ม!

รับสมัครนักศึกษาใหม่ sbu