รู้จักการสอบ GED คืออะไร? – ทางเลือกใหม่สำหรับน้อง ๆ ที่อยากเข้ามหาวิทยาลัยเร็วขึ้น

ทางลัดสุดปังของเด็กยุคใหม่ที่อยากจบ ม.ปลายให้ไวกว่าใคร! GED คืออะไร? สอบอะไรบ้าง? ยากแค่ไหน? สมัครยังไง? รู้ครบจบในบทความนี้!

​น้อง ๆ และผู้ปกครองหลายคนคงคุ้นหูกับคำว่า “GED” หรือ “การสอบเทียบวุฒิ GED” กันมาบ้างแล้ว วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจกันให้ชัดเจนมากขึ้นว่าการสอบ GED คืออะไร​? ทำไมน่าสนใจ? เหมาะกับใครบ้าง? รวมถึงสิ่งสำคัญที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจสอบ GED พร้อมเผยถึงโอกาสที่น่าสนใจจากการสอบนี้กัน!

การสอบ GED คืออะไร​?

การสอบ ged คืออะไร

GED หรือ General Educational Development คือวุฒิการศึกษาที่เทียบเท่ากับระดับมัธยมปลายตามหลักสูตรของประเทศสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันเป็นวุฒิการศึกษาที่ได้รับการยอมรับจากสถาบันการศึกษาและรัฐบาลจากทั่วโลก ที่สำคัญคือ กระทรวงศึกษาธิการของประเทศไทยได้รับรองวุฒิ GED นี้ให้เทียบเท่ากับวุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 ของประเทศไทยแล้วด้วย นั่นหมายความว่า ถ้าน้อง ๆ สอบ GED ผ่าน ก็เหมือนกับว่าเรียนจบ ม.6 แล้ว และสามารถใช้วุฒินี้สมัครเรียนต่อมหาวิทยาลัยได้ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

ทำไม GED ถึงน่าสนใจ?​

GED ไม่ใช่แค่การสอบเทียบวุฒิธรรมดาที่เปิดทางสู่มหาวิทยาลัยทั้งในไทยและต่างประเทศ แต่เป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญที่ช่วยเปิดโอกาสทางการศึกษาให้กับน้อง ๆ ที่ไม่ได้เรียนในระบบปกติ เช่น ผู้ที่เรียนจากบ้าน (Home School) ผู้ที่อยู่ในการศึกษานอกระบบ รวมถึงน้อง ๆ ที่อยากเปลี่ยนเส้นทางการศึกษา หรือมีเป้าหมายชัดเจนในการเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยอย่างรวดเร็ว GED อาจเป็นเส้นทางลัดสู่มหาวิทยาลัยได้ เพราะน้อง ๆ สามารถเตรียมตัวและสอบให้ผ่านได้ภายในระยะเวลาที่สั้นกว่าการเรียนมัธยมปลาย 3 ปีตามปกติ ทำให้สามารถก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยได้เร็วกว่าเพื่อนร่วมรุ่นนั่นเอง

ใครมีสิทธิ์สอบ GED บ้าง?​

นักเรียนหญิงนั่งอยู่ในห้อง

การสอบ GED เปิดกว้างสำหรับน้อง ๆ และผู้ที่ต้องการวุฒิเทียบเท่ามัธยมปลายในหลักสูตรอเมริกา โดยไม่ได้กำหนดว่าผู้สอบจะอยู่ในระบบการศึกษามาก่อนหรือไม่ รวมทั้งไม่มีเพดานจำกัดอายุสูงสุด แต่มีข้อกำหนดด้านอายุขั้นต่ำอยู่บ้าง

  • เริ่มสอบได้ตั้งแต่อายุ 16 ปี แต่ถ้าอายุยังไม่ถึง 18 ปีบริบูรณ์ จะต้องมี หนังสือยินยอมจากผู้ปกครอง ส่งไปยัง GED Testing Service (help@ged.com) เพื่อขอเข้าสอบ
  • หากอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ สามารถสมัครสอบได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องมีเอกสารจากผู้ปกครองเพิ่มเติม
  • ผู้สอบผ่าน GED Ready (แบบทดสอบเสมือนจริงของ GED Official) และได้คะแนนวิชาละ 155 คะแนนขึ้นไป

เจาะลึกการสอบ GED

การสอบ GED นั้น แบ่งออกเป็น 4 วิชาหลัก น้อง ๆ จะได้เจอกับรูปแบบการสอบที่หลากหลาย ไม่ใช่แค่ข้อสอบแบบปรนัยทั่วไป คำถามที่น้องๆ จะเจอมีความหลากหลายและวัดทักษะหลายด้าน โดยแต่ละรายวิชาจะมีคะแนนเต็มวิชาละ 200 คะแนน เพื่อให้สอบ GED ผ่าน จะต้องได้คะแนน ไม่ต่ำกว่า 145 คะแนน หากน้อง ๆ ทำคะแนนไม่ถึง 145 คะแนนในวิชาใดวิชาหนึ่ง สามารถสมัครสอบใหม่ได้ทันที ยกเว้นการสอบใหม่ครั้งที่ 4 เป็นต้นไป ที่จะต้องเว้นระยะจากการสอบครั้งล่าสุดไม่น้อยกว่า 60 วัน

เทคนิคพิชิตคะแนนข้อสอบ GED

นักเรียนกำลังถือดินสอทำข้อสอบ
  • เน้นทักษะการคิดวิเคราะห์ การใช้เหตุผล และการเชื่อมโยงความรู้ มากกว่าการท่องจำ
  • ไม่จำเป็นต้องท่องเนื้อหาลึกแบบการเรียนมัธยมปลายทั่วไป แต่ต้องเข้าใจหลักการและสามารถประยุกต์ความรู้ได้
  • ข้อสอบ GED เป็นข้อสอบภาษาอังกฤษทั้งหมด จึงต้องมีทักษะแกรมมาร์พื้นฐาน รวมถึงคลังคำศัพท์ที่ดี ถึงแม้น้อง ๆ จะไม่รู้ความหมายของทุกคำศัพท์ แต่ต้องสามารถคาดเดาความหมายของคำศัพท์ที่ไม่คุ้นเคยได้จากบริบทของประโยคหรือย่อหน้า
  • น้อง ๆ ควรฝึกทำข้อสอบจากรูปแบบคำถามที่หลากหลาย เช่น เติมคำหรือข้อความที่เหมาะสมลงในช่องว่างที่กำหนด (Fill in the Blanks) การเลือกตอบข้อที่ถูกต้องที่สุด (Multiple Choices) ลากคำตอบให้ตรงกับช่องที่กำหนด (Drag and drop) ระบุตำแหน่งหรือพื้นที่ที่ถูกต้องบนรูปภาพหรือกราฟ โดยการลากหรือคลิกไปที่จุดนั้น ๆ (Hot-spot) เลือกคำตอบจากรายการตัวเลือกที่ซ่อนอยู่โดยตัวเลือกจะปรากฏขึ้นเมื่อกดปุ่ม (Drop-down) การทำความเข้าใจรูปแบบคำถามเหล่านี้จะช่วยให้น้อง ๆ วางแผนการเตรียมตัวและทำข้อสอบได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น
  • การสอบวิชาคณิตศาสตร์มีข้อสอบที่น้อง ๆ จำเป็นต้องใช้เครื่องคิดเลข โดยเครื่องคิดเลขที่ทาง GED อนุญาตให้ใช้คือเฉพาะรุ่น TI-30XS เท่านั้น ควรฝึกการใช้เครื่องคิดเลขให้คล่องแคล่ว เพื่อให้ทำข้อสอบได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

เพื่อให้น้อง ๆ เตรียมตัวได้อย่างตรงจุด เรามาเจาะลึกแต่ละวิชากันเลย

1. Mathematical Reasoning (คณิตศาสตร์)

ข้อสอบทั้งหมดประมาณ 46 ข้อ ระยะเวลาสอบทั้งหมด 115 นาที โดยมุ่งเน้นการแก้ปัญหาทั้งเชิงปริมาณ และการแก้ปัญหาเชิงพีชคณิต
รูปแบบข้อสอบ: มีทั้งแบบ Multiple Choice, Fill in the Blanks, Hot-spot, Drag and Drop, Drop and Down

ข้อสอบแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก

  • ส่วนแรก (ประมาณ 5-7 คำถามแรก): ไม่อนุญาตให้ใช้เครื่องคิดเลข ทาง GED จะเตรียมไวท์บอร์ดพร้อมปากกาให้สำหรับทดเลขระหว่างการสอบ ไม่ต้องกังวลเรื่องพื้นที่ทด โดยคำถามในส่วนนี้จะเน้นการคำนวณพื้นฐาน (บวก ลบ คูณ หาร) และการแก้ปัญหาที่ใช้ความเข้าใจแนวคิดมากกว่าการคำนวณที่ซับซ้อน
  • ส่วนที่สอง (คำถามที่เหลือ): อนุญาตให้ใช้เครื่องคิดเลขเฉพาะรุ่น TI-30XS ข้อสอบในส่วนนี้จะมีความซับซ้อนมากขึ้นและจำเป็นต้องใช้ฟังก์ชันของเครื่องคิดเลข

เนื้อหาข้อสอบ

  • พีชคณิต (Algebra): เป็นสัดส่วนเนื้อหาที่ออกสอบมากที่สุด (ประมาณ 55%) ครอบคลุมแนวคิดพื้นฐานและขั้นสูงของพีชคณิต เช่น การแก้สมการเชิงเส้นและอสมการ, ระบบสมการ, การทำงานกับพหุนาม, ฟังก์ชันเชิงเส้นและฟังก์ชันกำลังสอง, รวมถึงการเขียนนิพจน์พีชคณิตเพื่อแทนสถานการณ์จริง การทำความเข้าใจตัวแปร, การจัดรูปสมการ, และการประยุกต์ใช้ในโจทย์ปัญหาเป็นสิ่งสำคัญ
  • เรขาคณิต (Geometry): ครอบคลุมแนวคิดเกี่ยวกับรูปทรงสองมิติและสามมิติ การคำนวณพื้นที่ ปริมาตร เส้นรอบรูป เส้นรอบวงของรูปทรงต่าง ๆ เช่น สี่เหลี่ยม, สามเหลี่ยม, วงกลม, ทรงกระบอก, พีระมิด, และทรงกรวย ความเข้าใจเกี่ยวกับทฤษฎีบทพีทาโกรัส และการประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหา
  • คณิตศาสตร์พื้นฐาน/การวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน (Basic Math/Quantitative Problem Solving): เป็นสัดส่วนเนื้อหาออกสอบประมาณ 45% เลขจำนวน (Number Sense) ทำงานกับจำนวนเต็ม, เศษส่วน, ทศนิยม, เปอร์เซ็นต์, อัตราส่วน, สัดส่วน, การใช้เลขยกกำลังและราก การแก้ปัญหาเชิงปริมาณ การคำนวณอัตรา (Unit Rates) การแปลงหน่วย การใช้มาตราส่วน (Scale Factors) ในโจทย์ปัญหาจริง การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติ (Data Analysis and Statistics) การอ่านและตีความข้อมูลจากกราฟ ตาราง แผนภูมิ รวมถึงการหาค่าเฉลี่ย (Mean), มัธยฐาน (Median), ฐานนิยม (Mode), และพิสัย (Range) และความน่าจะเป็นพื้นฐาน
  • กราฟและฟังก์ชัน (Graphs and Functions): การอ่านและตีความกราฟเส้น กราฟแท่ง แผนภูมิวงกลม และกราฟกระจาย การทำความเข้าใจแนวคิดของฟังก์ชัน การพล็อตจุดบนระบบพิกัดคาร์ทีเซียน และการวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงฟังก์ชัน

2. Reasoning Through Language Arts (RLA) (ภาษาอังกฤษ)

ข้อสอบทั้งหมดประมาณ 46 ข้อ ระยะเวลาสอบทั้งหมด 150 นาที วัดความเข้าใจด้านภาษาอังกฤษ ทั้งการอ่าน การเขียน และไวยากรณ์
รูปแบบข้อสอบ:
มีทั้งแบบ Multiple Choice, Drag and Drop, Select and Area, Drop Down และการเขียนเรียงความ

ข้อสอบแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก

  • ส่วนแรก (30 นาที): การอ่านบทความแล้วตอบคำถาม
  • ส่วนที่สอง (45 นาที): การเขียนเรียงความ (Essay) วิเคราะห์และสรุปบทความที่มีความขัดแย้ง 2 บทความ พัก 10 นาที
  • ส่วนที่สาม (65 นาที): การอ่านบทความและทำความเข้าใจไวยากรณ์พื้นฐาน (Standard English Convention)

เนื้อหาข้อสอบ

  • การอ่านและวิเคราะห์ข้อความเชิงซับซ้อน เช่น บทความ บทวรรณกรรม ข่าว
  • การเขียน Essay (Extended Response)
  • การใช้ไวยากรณ์ ภาษา และโครงสร้างประโยคอย่างถูกต้อง
  • การเชื่อมโยงแนวคิดหรือหลักฐานจากข้อความหนึ่งไปอีกข้อความหนึ่ง

3. Social Studies (สังคมศึกษา)

ข้อสอบทั้งหมด 35 ข้อ ระยะเวลาสอบทั้งหมด 70 นาที ข้อสอบมีแค่ส่วนเดียว โดยเป็นการวัดความรู้รอบตัว เหตุการณ์ปัจจุบัน และประวัติศาสตร์โลก หัวใจหลักของการสอบนี้คือการเข้าใจและประยุกต์ใช้แนวคิดทางสังคมศึกษาแบบอเมริกัน
รูปแบบข้อสอบ: มีทั้งแบบ Multiple Choice, Fill in the Blank, Drag-and-Drop และ Short Answer

เนื้อหาข้อสอบ

  • ประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกาและโลก
  • เศรษฐศาสตร์พื้นฐาน
  • ภูมิศาสตร์ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
  • รัฐศาสตร์ (การเมือง, รัฐธรรมนูญ)

4. Science (วิทยาศาสตร์)

ข้อสอบทั้งหมดประมาณ 40 ข้อ ระยะเวลาสอบทั้งหมด 90 นาที โดยเป็นการตีความข้อมูลจากกราฟ ตาราง การใช้หลักวิทยาศาสตร์มาคิดเชิงเหตุผล
รูปแบบข้อสอบ: มีทั้งแบบ Multiple Choice, Fill in the Blanks, Hot-spot, Drag and Drop, Drop and Down

เนื้อหาข้อสอบ

  • วิทยาศาสตร์กับชีวิต: ระบบต่าง ๆ ในร่างกาย, สุขภาพ, การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม, ภาวะโลกร้อน, นิเวศวิทยา, ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ, โครงสร้างและหน้าที่ของเซลล์, วิวัฒนาการและพฤติกรรมของสิ่งมีชีวิต
  • ฟิสิกส์และเคมี: เคมีพื้นฐาน ได้แก่ โครงสร้างอะตอม, สมบัติของสสาร, สถานะของสาร, ปฏิกิริยาเคมี, การอนุรักษ์มวลและพลังงาน, การดุลสมการเคมี ฟิสิกส์พื้นฐาน ได้แก่ แรงและพลังงาน, การเคลื่อนที่, คลื่น, ไฟฟ้าและแม่เหล็ก, งานและพลังงาน
  • โลกและอวกาศ: ธรณีวิทยา ได้แก่ โครงสร้างโลก, แผ่นเปลือกโลก, วัฏจักรทางธรณีวิทยา ทรัพยากรธรรมชาติ ภูมิอากาศและสภาพอากาศ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ระบบสุริยจักรวาลและเอกภพ ได้แก่ การเคลื่อนที่ของโลก, ดวงดาว, ปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์

ค่าสอบ GED

ค่าสอบ GED ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2568 เป็นต้นไป ค่าสอบ GED จะมีการปรับราคาใหม่

  • GED Ready: จาก 6.99$ เป็น 7.99$
  • GED: จาก 80$ เป็น 85$

อย่ารอระบบ! GED คือเส้นทางใหม่ที่คุณเลือกเองได้ เรียนไว จบไว ไปต่อไวกว่าเดิม!

สุดท้ายนี้ การสอบ GED ไม่ได้เป็นเพียงแค่การสอบเทียบวุฒิ แต่มันคือกุญแจสำคัญที่เปิดประตูสู่โอกาสทางการศึกษาที่กว้างขวางและยืดหยุ่น ไม่ว่าน้อง ๆ จะใฝ่ฝันอยากเข้ามหาวิทยาลัยในประเทศไทย อย่างมหาวิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอก หรือตั้งเป้าสู่รั้วสถาบันการศึกษาในต่างแดน GED คือใบเบิกทางที่ช่วยให้ไปถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้น และมั่นใจได้ว่าวุฒิที่ได้รับนั้นได้รับการยอมรับในระดับสากล เตรียมตัวให้พร้อม แล้วก้าวสู่เส้นทางแห่งอนาคตที่ออกแบบเองได้เลย

รับสมัครนักศึกษาใหม่ sbu