โลจิสติกส์ เป็นมากกว่าการขนส่ง

คำว่าโลจิสติกส์ เป็นคำที่หลายๆ คนน่าจะได้ยินผ่านหูบ่อยครั้งในช่วงนี้ เพราะจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ทำให้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซเติบโตกว่า 81% ส่งผลให้ธุรกิจโลจิสติกส์เติบโตตามไปด้วย เพราะทุกธุรกิจต้องมีการขนส่ง แต่…. จริงๆ แล้วโลจิสติกส์ มันเป็นมากกว่าการขนส่ง

แล้ว โลจิสติกส์คืออะไร?

CSCMP ได้ให้ความหมายโลจิสติกส์ ไว้ว่า เป็นการวางแผนและการนำแผนไปปฏิบัติ รวมทั้งการควบคุม การไหลและการจัดเก็บสินค้า บริการ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากจุดเริ่มต้นของโซ่อุปทาน (วัตถุดิบ) และปลายทางสู้ผู้บริโภค โดยรวมถึงการไหลกลับจากฝั่งผู้บริโภค (Reverse logistics) ให้มีทั้งประสิทธิภาพ และ ประสิทธิผล

สรุปๆ ง่ายครับ โลจิสติกส์เป็นการจัดการ การไหลของสินค้าตั้งแต่กระบวนการผลิตไปจนถึงการส่งมอบให้ผู้บริโภคแล้วเกิดความพึงพอใจสูงสุด โดยกระบวนการทั้งหมดนี้ต้องมีต้นทุนในระดับที่เหมาะสมด้วย

เห็นไหมครับ จริงๆ แล้ว การขนส่งเป็นแค่ส่วนหนึ่งของโลจิสติกส์เท่านั้น คราวนี้จากความหมายที่ CSCMP ได้บอกไว้ คำว่า โซ่อุปทาน ไม่ได้มีความหมายเดียวกับโลจิสติกส์หรอ? คำตอบคือ ไม่ใช่ครับ

ถ้างั้น โซ่อุปทาน คืออะไร? และต่างจากโลจิสติกส์ยังไง?

CSCMP ได้ให้ความหมายโซ่อุปทาน ไว้ว่า เป็นการวางแผนและการจัดการทุกกิจกรรม ที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาวัตถุดิบและปัจจัยนำเข้าต่างๆ ทั้งในการผลิตและการดำเนินการต่างๆ การจัดซื้อจัดหาการแปรรูปและเปลี่ยนรูปวัตถุดิบเหล่านั้นให้เป็นเป็นสินค้า และกิจกรรมโลจิสติกส์ทั้งหมด (CSCMP 2010) ดังนั้น นิยามของ CSCMP จึงรวมการจัดการโลจิสติกส์ให้อยู่ในขอบเขตของการจัดการโซ่อุปทาน

ก็ดูไม่ต่างใช่ไหมครับ ลองกลับไปอ่านบรรทัดสุดท้ายอีกทีครับ “การจัดการโลจิสติกส์อยู่ในขอบเขตของการจัดการโซ่อุปทาน” ดังนั้น โซ่อุปทาน ก็คือโลจิสติกส์นี้แหละครับ แต่เป็นโลจิสติกส์ในภาพที่กว้างมากขึ้น เป็นการเชื่อมโลจิสติกส์ของแต่ละธุรกิจเข้าด้วยกัน ผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น การจัดซื้อ จัดหา การจ้างทำงานแทน เป็นต้น

แล้วทำไม โลจิสติกส์และโซ่อุปทานจึงสำคัญ?
กรณีศึกษา Supply chain : Wal-mart

*ภาพด้านบนอธิบายความสำคัญของโซ่อุปทานในธุรกิจ Wal-mart

ถ้าหากจะพูดถึงธุรกิจที่มีการจัดการ โซ่อุปทาน เป็นรู้จักทั่วโลก ก็ต้องพูดถึง Walmart ครับ Walmart ประสบความสำเร็จในด้านการบริหาร โซ่อุปทาน และการตอบสนองลูกค้าที่ทันท่วงที พร้อมไปกับการบริหารต้นทุนสินค้าคงคลังให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมที่สุด (ซึ่งเกิดจากกิจกรรมของโลจิสติกส์ในโซ่อุปทานนั่นเอง) ก็คือเครื่องมือที่เรียกว่า Vendor Management Inventory หรือ VMI ซึ่ง Walmart ได้นำมาประยุกต์ใช้ตั้งแต่ปี 1975 เพื่อลดปัญหา Bullwhip Effect และต้นทุนถือครองสินค้าคงคลังที่มีสูง หากเข้าไปศึกษาถึง Supply Chain Network จะเห็นว่าบริษัท Walmart มีหน้าร้านทั่วทั้ง 50 รัฐในสหรัฐอเมริกา และมีศูนย์กระจายสินค้า (Distribution Center : DC) ถึง 90 แห่ง อีกทั้งมี Truck Fleet ขนส่งทั้งขาเข้า (Inbound) และขาออก (Outbound) ทั้งนี้เป็นการขนส่งแบบ Direct Shipment จาก Vendor ไปยัง Walmart Stores ถึง 20% ด้วยระบบ VMI นั่นทำให้ Walmart สามารถบริหารต้นทุนในการบริหาร โซ่อุปทาน ได้ประสบความสำเร็จ และเป็น Best Practice แห่งหนึ่งของโลก

โลจิสติกส์ในปัจจุบัน

ปัจจุบัน“โลจิสติกส์” เป็น 1 ใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต ของประเทศไทย และเป็น 1 ใน 5 อันดับแรกของสายงานที่ต้องการของตลาดแรงงานมีความต้องการสูง จัดเป็น 1 ในอุตสาหกรรม S-curve มีมูลค่า 200,000 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตร้อยละ 15-20 ต่อปี

จากรายงานของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซีเป็นพื้นที่ใหม่ในด้านการลงทุน บ่งบอกถึงความต้องการแรงงานทั่วประเทศในอีก 5 ปีข้างหน้าว่า ความต้องการแรงงานทางด้านโลจิสติกส์จะเพิ่มขึ้นกว่า 475,674 อัตรา แบ่งเป็นอาชีวศึกษา 253,114 อัตรา ปริญญาตรี 213,943 อัตรา ปริญญาโทและปริญญาเอก 8,617 อัตรา

ซึ่งก็มีหลายสถาบันการศึกษาได้เปิดหลักสูตรด้านโลจิสติกส์ที่ให้เลือกเรียนได้ในหลากหลายสาขา เช่นเดียวกับ วิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอก ที่ได้มองเห็นความสำคัญในการพัฒนาบุคลากรด้านโลจิสติกส์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพและศักยภาพสูงในการเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม ปัจจุบันคณะโลจิสติกส์และเทคโนโลยีการบิน มีหลักสูตรที่เปิดสอนอยู่ ดังนี้

  1. 1. หลักสูตรระดับปริญญาตรี เน้นการบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน (เน้นนักปฏิบัติงานด้านโลจิสติกส์)
  2. 2. หลักสูตรระดับปริญญาโท เน้นการจัดการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้านโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน (เน้นผู้บริหารระดับต้นถึงระดับกลาง)
  3. 3. หลักสูตรระดับปริญญาเอก ที่กำลังจะเปิดในอนาคต เน้นการบูรณการของระดับปริญญาตรีและโท คือ การพัฒนารูปแบบ (Business Model) ของบริหารจัดการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้านโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน (เน้นผู้บริหารระดับสูงและผู้ประกอบการที่เป็นเจ้าของธุรกิจ)

ทั้งสามหลักสูตรเน้นการบูรณาการตั้งแต่ระดับระดับปริญญาตรี ที่เน้นผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติมืออาชีพ เมื่อก้าวเข้าสู่ระดับปริญญาโท เน้นผู้บริหารระดับต้นถึงกลางที่ใช้การวิเคราะห์และประยุกต์ใช้การบริหารจัดการเชิงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและมุ่งสู่เข้าสู่ระดับปริญญาเอก คือ การเป็นผู้บริหารระดับสูง ในรูปแบบของการสร้าง Business Model ขององค์กรหรือการเป็นผู้ประกอบการของตนเอง

“ทั้ง 3 หลักสูตร นักศึกษาสามารถได้ความรู้ทั้งเชิงการบริหารจัดการในเชิงสังคมศาสตร์ และด้านโลจิสติกส์ในเชิงวิทยาศาสตร์ เพื่อสร้าง Business Model ที่ประกอบด้วย 2 ส่วนหลักคือ ทั้งศาสตร์และศิลป์กลายเป็นผู้ที่มีความรู้ ทักษะและทัศนคติที่ครบถ้วนด้านสมรรถนะ (Competency)”

Quote จาก ผศ.ดร.จิระเสกข์ ตรีเมธสุนทร คณบดีคณะโลจิสติกส์และเทคโนโลยีการบิน

ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดอาชีพ ที่มีความต้องการอาชีพด้านโลจิสติกส์เพิ่มมากขึ้น ดังนั้น คณะโลจิสติกส์และเทคโนโลยีการบินจึงผลิตบัณฑิต มหาบัณฑิต และดุษฎีบัณฑิตในอนาคตเพื่อตอบสนองตลาดแรงงานให้มี Multiskilling ตามหลักสูตรของคณะฯ ต่อไป

อ้างอิง

1. Council of Supply Chain Management Professional. SCM Definitions and Glossary of Terms [ออนไลน์]. 2010, แหล่งที่มา: https://cscmp.org/CSCMP/Educate/SCM_Definitions_and_Glossary_of_Terms.aspx [27 กันยายน 2564]

2. True Digital Park. 10 Thai S-curve Industries [ออนไลน์]. 2020, แหล่งที่มา: https://www.truedigitalpark.com/insights/articles/15/10-thai-s-curve-industries [27 กันยายน 2564]

3. Marketingoops. เปิดเทรนด์ E-Commerce 2021 สงคราม “ราคา” ยังไม่พอ ต้องนำเสนออย่าง “สร้างสรรค์” [ออนไลน์]. 2021, แหล่งที่มา: https://www.marketingoops.com/news/ecommerce/ctc2021-ecommerce-trends/ [27 กันยายน 2564]

4. Logistics Contents. Walmart เจ้าพ่อแห่งวงการบริหารซัพพลายเชนด้วย Vendor Management Inventory : VMI [ออนไลน์]. 2019, แหล่งที่มา: https://www.blockdit.com/posts/5c869250f779461f0181f82c  [28 กันยายน 2564]